ททท.จัด”Amazing Thailand ซิตี้รัน…มันส์ ฟัน เว่อร์”

leader banner

ททท. ปลุกกระแสซิตี้รัน จัดกิจกรรม “Amazing Thailand ซิตี้รัน…มันส์ ฟัน เว่อร์” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬารูปแบบใหม่ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่

เมื่อวันที่ 5 พ.ย. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา เป็นประธานในงานแถลงข่าวโครงการกิจกรรม “Amazing Thailand ซิตี้รัน…มันส์ฟันเว่อร์” ปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่กำลังได้รับความนิยม และกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวไทยในช่วงปลายปี โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พลตำรวจตรีสุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกและเลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ นายอิทธิพล สมุทรทอง ผู้ก่อตั้งเพจ 42.195 K Club เราจะไปมาราธอนด้วยกัน นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ผู้บริหารไทยแลนด์ไตรลีก ให้เกียรติร่วมเปิดงาน ณ อาคารนิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า สถานการณ์
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศปัจจุบันมีแนวโน้มดีขึ้นตามลำดับ กระทรวงฯ จึงพยายามผลักดัน ให้มีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการกีฬาให้มากที่สุด โดยคำนึงถึงมาตรการของการป้องกัน จากศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เป็นสำคัญ ขณะนี้ประเทศไทยได้ดำเนินนโยบายเริ่มเปิดรับกลุ่มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ภายใต้เงื่อนไขด้านสาธารณสุขที่เข้มงวดและระมัดระวัง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดภายในประเทศ และคาดว่านโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยวนี้
จะส่งผลให้มีการจัดกิจกรรมทางด้านการท่องเที่ยวและการแข่งขันกีฬาเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นสัญญาณที่ดี
ในการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ

สำหรับกิจกรรมวิ่งในประเทศไทย โดยเฉพาะการวิ่งเพื่อสุขภาพ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ได้รับ
ความนิยม เนื่องจากประหยัด และสะดวกที่สุด จึงได้มอบหมาย ททท. เร่งดำเนินการจัดกิจกรรมส่งเสริม
การท่องเที่ยวเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเน้นกิจกรรมการออกกำลังกายในที่สาธารณะ ซึ่งคาดว่าจะสร้างกระแสตื่นตัวด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้กลับมา และก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี สะท้อนศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการดำเนินงานทางด้านสาธารณสุขของประเทศ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเริ่มกิจกรรมนำร่องที่กรุงเทพมหานคร หากประสบความสำเร็จได้รับความนิยมสูง อาจขยายการจัดงานไปยังเมืองท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศต่อไป

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. กล่าวว่า ททท. ได้เร่งดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวให้มีประสิทธิภาพททท. ได้มีแนวคิดที่จะปลุกกระแสของการออกกำลังกายที่กำลังได้รับความนิยม จึงได้กำหนดจัดงาน “Amazing Thailand ซิตี้รัน…มันส์ ฟัน เว่อร์”ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สนุกทุกเส้นทาง…ในเมืองกรุง” ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมFlagship ของสินค้าท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) โดย ททท. จะเชิญชวนให้ เยาวชน คนรุ่นใหม่ รวมถึงนักท่องเที่ยวทุกท่าน ออกมาเดินหรือวิ่งไปในเส้นทางต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานครในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งไม่จำกัดว่าจะต้องวิ่งกันในสวนสาธารณะเท่านั้น อีกทั้งนำเอาเทคโนโลยีจากต่างประเทศอย่าง District Race Application ซึ่งเป็นระบบการจับเวลารูปแบบใหม่ที่สามารถจับการเคลื่อนไหวของผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แบบ Virtual Run Live Tracker มาใช้ในการจัดงานในครั้งนี้อีกด้วย

สำหรับกิจกรรม “Amazing Thailand ซิตี้รัน…มันส์ ฟัน เว่อร์” จะจัดงานทุกวันเสาร์และอาทิตย์ตลอด 8 สัปดาห์ โดยเริ่มกิจกรรมในวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2563 – วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม 2563 นี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะต้องปฏิบัติตามภารกิจ (Mission) ที่ถูกกำหนดไว้ไม่ซ้ำกันในทุกสัปดาห์ และมีเวลา ในการร่วมกิจกรรม 3 ชั่วโมงต่อครั้ง (เริ่มตั้งแต่เวลา 05.00 – 20.00 น.) โดยทุกคนจะต้องวิ่งไปค้นหาจุด Check Point (แบบ Virtual) ที่ถูกซ่อนไว้ในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในกรุงเทพมหานคร จำนวน 40 จุด อาทิ ภูเขาทอง ลานคนเมืองกรุงเทพมหานคร สะพานพุทธฯ มิวเซียมสยาม ป้อมพระสุเมรุ วงเวียนโอเดียน ถนนเยาวราช ตึกมหานคร หัวลำโพง สถานีรถไฟฟ้า BTS สวนลุมพินี ท่าเรือคลองแสนแสบ เป็นต้น หลังจากหมดเวลา (Cut-off) ผู้เข้าร่วมกิจกรรม สามารถนำคะแนนไปแลกของที่ระลึกโครงการได้ อาทิ ระดับ 2,500 คะแนน แลกรับผ้าพันคออเนกประสงค์ ระดับ 3,000 คะแนน แลกรับเสื้อวิ่ง ระดับ 4,000 คะแนน แลกรับเสื้อทีเชิ้ต และระดับ 5,000 คะแนน แลกรับเสื้อ Jacket เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมทุกท่านยังได้ลุ้นรับรางวัลต่างๆ อีกมากมาย จากภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะประกาศรางวัลกันในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2563 นี้ต่อไป