ทีมปั่นสาวไทยปิดฉากการทัวร์ยุโรป “โค้ชตั้ม” ชี้ได้ประสบการณ์มาเพียบ ต่างชาติยอมรับและชื่นชมหัวใจนักสู้

leader banner
ทีมปั่นสาวไทยปิดฉากการทัวร์ยุโรป “โค้ชตั้ม” ชี้ได้ประสบการณ์มาเพียบ ต่างชาติยอมรับและชื่นชมหัวใจนักสู้ 1

ทีมนักปั่นสาวไทยปิดฉากการเก็บตัวและตระเวนแข่งขันในทวีปยุโรป “โค้ชตั้ม” ชี้ได้ประสบการณ์กลับมาเพียบ ทั้งตัวนักกีฬาและผู้ฝึกสอน อีกทั้งยังได้รับการยอมรับและชื่นชมจากผู้จัดการแข่งขัน-นักกีฬานานาชาติ-ผู้ชมในสนาม ว่าเป็นทีมเอเชียเพียงทีมเดียวที่มีหัวใจนักสู้ กล้าหาญมาสู้กับทีมระดับแนวหน้าของโลก ส่วนศึกจักรยานเสือภูเขาเสือภูเขาชิงแชมป์โลก “ยูซีไอ เมาเท่นไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์” ที่แคนาดา “วรินทร” จบอันดับที่ 38 ประเภทครอสคันทรี่ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการรายงานจาก “โค้ชตั้ม” นายวิสุทธิ์ กสิยะพัท หัวหน้าผู้ฝึกสอนนักปั่นสาวทีมชาติไทย ที่ไปเก็บตัวและตระเวนแข่งขันอยู่ในทวีปยุโรป ล่าสุด นักปั่นสาวทีมชาติไทย ลงแข่งขันรายการ “จีพี เดอ พลอย” ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อ 31 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นการแข่งขันวันเดย์เรซ ระดับ ยูซีไอ วีเมนส์ เวิลด์ ทัวร์ ระยะทาง 128.6 กม. มีนักปั่นไทยลงชิงชัย 6 คน ได้แก่ “บีซ” จุฑาธิป มณีพันธุ์, ศุภักษร นันตะนะ, เพชรดารินทร์ สมราช, นิภรณ์ บัตริยะ, จันทร์เพ็ง นนทะสิน และ กุลชลา ไชยรินทร์

“โค้ชตั้ม” นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า รายการ “จีพี เดอ พลอย” นี้ มีนักกีฬาทั้งหมด 128 คน แต่แข่งจบเพียง 99 คน ที่เหลือต้องออกจากการแข่งขัน อาจเป็นเพราะมีฝนตกลงมาเกือบตลอดเส้นทาง ในส่วนของนักกีฬาไทยมีเพียง เพชรดารินทร์ เพียงคนเดียวที่แข่งจบ โดยได้อันดับที่ 81 ด้วยเวลา 3.36.56 ชั่วโมง ส่วนแชมป์เป็นของ แอนนา ฟาน เดอ แบรกเก็น นักปั่นเนเธอร์แลนด์ จากทีมเบลส์ ดอลแมนส์ ไซคลิง ทีม เวลา 3.21.54 ชั่วโมง ขณะที่นักปั่นสาวไทยคนอื่น ๆ แข่งไม่จบ ซึ่งต้องยอมรับการแข่งขันรายการนี้เป็นศึกหนักมากสำหรับสาวไทย เพราะนักปั่นนานาชาติที่มาแข่งล้วนแต่ไม่ธรรมดา เป็นระดับท็อปของโลกทั้งนั้น หากจะให้เปรียบเทียบนักกีฬาของไทย กับนักกีฬาต่างชาติ ก็เปรียบได้กับการเอาสโมสรฟุตบอลในเมืองไทย ไปแข่งขันในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยส์ลีก

ทีมปั่นสาวไทยปิดฉากการทัวร์ยุโรป “โค้ชตั้ม” ชี้ได้ประสบการณ์มาเพียบ ต่างชาติยอมรับและชื่นชมหัวใจนักสู้ 2

“ทีมนักปั่นสาวไทยมาตระเวนแข่งขันในทวีปยุโรปเป็นปีแรก ที่ผ่านมาเราคือเก่งใหญ่ในเอเชีย แต่มาที่นี่เรายังสู้เขาไม่ได้ อย่างไรก็ตาม การมาครั้งนี้ก็ได้ประสบการณ์กลับไปเยอะ ทั้งตัวผมเองและนักกีฬาทุกคน ที่สำคัญทีมนักปั่นสาวไทย ได้รับการยอมรับและชื่นชมจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการแข่งขัน ทีมแข่งต่าง ๆ และนักกีฬานานาชาติ รวมทั้งผู้ชมในสนาม เพราะว่าเราเป็นทีมเอเชียเพียงทีมเดียวที่มีหัวใจนักสู้ กล้าหาญมาสู้กับพวกบิ๊กเนม หรือทีมระดับแนวหน้าของโลก ทำให้การเดินทางมาเก็บตัวและตระเวนแข่งขันในทวีปยุโรปครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่าอย่างมากครับ” โค้ชวิสุทธิ์ กล่าว

สำหรับทีมนักปั่นสาวไทยมีกำหนดเดินทางจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อกลับเมืองไทยในวันที่ 2 ก.ย. ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 931 ออกจากสนามบินชาร์ล เดอ โกล เวลา 13.40 น. ตามเวลาท้องถิ่น และถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 05.55 น. ของวันที่ 3 ก.ย.

ขณะเดียวกัน พลเอกเดชา ก็ได้รับการรายงานจาก สิบตำรวจโทหญิง กฤติกา ศิลาพัฒน์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนประเภทเสือภูเขา ถึงการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาเสือภูเขาชิงแชมป์โลก “ยูซีไอ เมาเท่นไบค์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพส์” ที่ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลากลางคืนในประเทศไทย) มีนักปั่นไทยลงชิงชัย 1 คน คือ วรินทร เพชรประพันธ์ ประเภทครอสคันทรี่ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง

สิบตำรวจโทหญิง กฤติกา กล่าวว่า ผลการแข่งขัน วรินทร ได้อันดับที่ 38 จากนักแข่งทั้งหมด 48 คน ซึ่งต้องยอมรับว่าการแข่งขันรายการนี้มีนักปั่นเสือภูเขาที่มีแรงกิ้งระดับหัวแถวมาแข่งมากมาย การจะทำผลงานให้ติด 1 ใน 10 นั้น เป็นงานที่ไม่ง่ายเลย อย่างไรก็ตาม วรินทร น่าจะได้รับประสบการณ์จากการแข่งขันกลับไปพัฒนาตัวเอง สำหรับนักกีฬาของเรายังเหลือลงแข่งขันประเภทดาวน์ฮิลล์ รอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ รุ่นประชาชนชาย “ตั้ง” ชินพัฒน์ สุขจรรยา กับ “เบส” เมธาสิทธิ์ บุญเสน่ห์ และรุ่นประชาชนหญิง “เพชร” วิภาวี ดีคาบาเลส แม้เป็นงานหนัก แต่ 3 นักปั่นไทยใจสู้เกินร้อยแน่นอน

ด้าน พันจ่าอากาศเอก นรุตม์ชัย ข้อหยุ่น ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนประเภทถนน ได้รายงานการแข่งขันจักรยานทางไกลเยาวชนชาย รายการ “ทัวร์ เดอ ดีเอ็มซี 2019” ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. เป็นการแข่งขันสเตจที่ 3 เส้นทางจากเมืองฮวาชอน ไปยังเมืองยอนชอน ระยะทาง 128.7 กม. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง ผลปรากฏว่า แชมป์สเตจนี้เป็นของ โอลาฟ คูอิจ นักปั่นเนเธอร์แลนด์ จากทีมวิลเลบรอร์ด วิล วูเรียต ด้วยเวลา 3.00.28 ชั่วโมง ส่วนผลงานนักปั่นไทย กิตติกร ธีรวัฒนสาร ได้ที่ 33, วิศวกร แก้วทอง ได้ที่ 41, วิริยะ ยะป๋า ได้ที่ 58, มลตรี ธีระทีป ได้ที่ 68 ด้วยเวลา 3.00.28 ชั่วโมงเท่ากัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าเกมการแข่งขันวันนี้จบด้วยการสปรินต์หน้าเส้นของกลุ่มใหญ่ เพราะเวลาที่เข้าเส้นชัยไม่ต่างกันเลย

พ.อ.อ.นรุตม์ชัย กล่าวอีกว่า ด้านผู้นำเวลารวม ได้แก่ ลูคัส บัวร์กอยน์ นักปั่นสหรัฐอเมริกา จากยูเอสเอ จูเนียร์ เนชั่นแนล ทีม เวลา 7.29.44 ชั่วโมง ส่วนนักปั่นไทยที่เวลารวมดีที่สุดยังเป็น วิศวกร แก้วทอง เวลารวม 7.30.49 ชั่วโมง ตามหลังผู้นำ 1.05 นาที ขณะที่เวลารวมประเภททีมนั้น ทีมชาติไทยอยู่อัยดับที่ 5 ด้วยเวลา 22.33.35 ชั่วโมง ตามหลังทีมนำอยู่ 2.35 นาที สำหรับการแข่งขันในสเตจที่ 4 จะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.ย. จากเมืองยอนชอน ไปยังเมืองกิมโป ระยะทาง 102.8 กม. เส้นทางขั้นเขาแต่ไม่สูงมากนักนักปั่นไทยน่าจะทำผลงานได้ดีขึ้น