ผนึกกำลังทุกภาคส่วนเสนอตัวจัดบอลโลก2034

leader banner
ผนึกกำลังทุกภาคส่วนเสนอตัวจัดบอลโลก2034 1

เลขาธิการสมาคมฯ หารือร่วมกับ รัฐบาล, กรมพลศึกษา และ กกท. ในการเสนอเป็นเจ้าภาพร่วมในศึกฟุตบอลโลก 2034

เมื่อวันที่ 19ส.ค. ที่ห้องประชุมบุญสม มาร์ติน กรมพลศึกษา สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ กรมอาเซียน กระทรวงต่างประเทศ, กรมพลศึกษา, การกีฬาแห่งประเทศไทย จัดการประชุมเพื่อหารือเรื่องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมกับชาติอาเซียน ในการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2034

ผนึกกำลังทุกภาคส่วนเสนอตัวจัดบอลโลก2034 2

การประชุมในครั้งนี้ นำโดย ดร.ปัญญา หาญลำยวง รองปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย ดร.สุริยา จินดาวงษ์ อธิบดีกรมอาเซียน และ ตัวแทนจากภาคอื่นๆ รวมถึง กรวีร์ ปริศนานันทกุล เลขาธิการสมาคมฯ และ คุณ พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ เป็นตัวแทนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

ผนึกกำลังทุกภาคส่วนเสนอตัวจัดบอลโลก2034 3

ภายหลังการประชุม ดร.สุริยา จินดาวงษ์ อธิบดีกรมอาเซียน กล่าวว่า “จากการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีได้สนับสนุนให้ไทยยื่นเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมจัดฟุตบอลโลก ปี 2034 ซึ่งนายกรัฐมนตรีอยากที่จะให้หาข้อมูลด้านต่างๆ ในการเตรียมความพร้อม ซึ่งควรที่จะต้องมีข้อมูลภายในปีนี้ เพราะเป็นปีที่ไทยเป็นประธานอาเซียน ก่อนที่ในช่วงเดือนตุลาคมจะมีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนอีกครั้ง จึงจะต้องเตรียมการว่า ถ้าไทยจะจัดฟุตบอลโลกจะต้องเตรียมความพร้อม และมีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง ขณะเดียวกัน เวียดนามเองก็แสดงความสนใจอย่างมากในการยื่นเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก ซึ่งในปีหน้าเวียดนามก็จะทำหน้าที่เป็นประธานอาเซียนด้วย”

ผนึกกำลังทุกภาคส่วนเสนอตัวจัดบอลโลก2034 4

ด้าน นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยว่า “สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้มาให้ข้อมูลต่างๆ ในการเป็นเจ้าภาพร่วมกับชาติอาเซียนในการจัดฟุตบอลโลก ปี 2034 ซึ่งทางกรมอาเซียนก็จะนำเอาเรื่องต่างๆ ไปเสนอต่อไปถึงยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าชาติต่างๆ ในอาเซียน โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ที่เป็นผู้นำในการยื่นเสนอเป็นเจ้าภาพ เพราะเขามีสนามที่พร้อมมากกว่าไทย แต่ไทยเราก็ยังมีโอกาสอยู่ที่จะเป็น 1 ใน 4 ประเทศเจ้าภาพร่วม”

ผนึกกำลังทุกภาคส่วนเสนอตัวจัดบอลโลก2034 5

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นภาครัฐบาลคงจะต้องมากำหนดทิศทางในการพัฒนาเรื่องสนามแข่งขัน และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ถ้าหากเราจะเป็นเจ้าภาพตัดฟุตบอลระดับโลกก็จะต้องเป็นนโบาย และมีความมุ่งมั่นร่วมกัน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอลโลก แต่เป็นเรื่องของการพัฒนาชาติให้ก้าวไปอยู่แถวหน้าในระดับโลก ถ้าเรามีความมุ่งมั่น เชื่อว่าเราทำได้ และตอนนี้ยังเหลือเวลาในการเตรียมพร้อม ถ้าหากเริ่มกันตอนนี้ เชื่อว่าจะมีความพร้อมทันแน่นอน”

ขณะที่ นายพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ชี้แจงว่า “การแข่งขันฟุตบอลโลกในอนาคตจะเพิ่มทีมเข้าร่วมเป็น 48 ทีม และจะมีประเทศเจ้าภาพร่วมได้มากที่สุด 4 ประเทศ โดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้มีข้อกำหนดในการจัดฟุตบอลโลก เรื่องแรกคือ สนามแข่งขันต้องมีอย่างน้อย 12 สนาม (ตัวเลือก 14-16 สนาม) และมีความจุ 40,000-80,000 ที่นั่ง เรื่องการอำนวยความสะดวกทีมและผู้ตัดสินจะต้องมีโรงแรม 4-5 ดาวเท่านั้นอย่างน้อย 48 แห่ง (ตัวเลือก 72 แห่ง)”

“ประเทศที่จะเสนอตัวจัดฟุตบอลโลกจะต้องได้รับการสนับสนุนจากทางรัฐบาล ซึ่งต้องลงนามโดยนายกรัฐมนตรี และ/หรือรัฐมนตรีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งทุกภาคส่วนต้องให้การสนับสนุน และต้องถูกบรรจุเป็นวาระแห่งชาติ สำหรับสัดส่วนที่ฟีฟ่าจะให้ความพร้อมสำหรับประเทศที่ยื่นบิดส่วนมากจะเป็นเรื่องสนามแข่งขันมากถึง 70 เปอร์เซ็น และอื่นๆ 30 เปอร์เซ็น ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยมีเพียงสนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่มี่ความจุราว 49,000 คนเท่านั้น ถ้าเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย ที่มีสนามที่มีความพร้อมหลายสนาม ดังนั้น ไทยจะต้องมีการพัฒนาในเรื่องสนามแข่งขันเพิ่มขึ้นด้วย”

จากนั้นที่ประชุมได้มีการหารือถึงเรื่องสนามแข่งขันของไทย รวมทั้งมีข้อเสนอในการก่อสร้างสนามแห่งใหม่ขึ้น เพื่อรองรับการจัดฟุตบอลโลก เนื่องจากสนามเดิมที่มีอยู่นั้น เป็นโครงสร้างเดิมที่มีการก่อสร้างเมื่อหลายสิบปี ดังนั้นควรที่จะก่อสร้างสนามใหม่ให้สอดคล้องกับฟุตบอลสมัยใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป

ขณะที่ กกท.เสนอว่า มีโครงการที่จะก่อสร้างสนามกีฬาระดับชาติ เพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพจัดกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ปี 2026 อยู่แล้ว จึงเตรียมที่จะนำมาบูรณาการร่วมกัน

นอกจากนี้ กรมอาเซียนเสนอที่ประชุมว่า ให้มีการจัดตั้งเป็นคณะกรรมการแห่งชาติ เพื่อร่วมมือกันเตรียมพร้อมในการยื่นเสนอเจ้าภาพร่วมฟุตบอลโลก 2034 เนื่องจากฟุตบอลโลกไม่ใช่เพียงแค่เรื่องกีฬาฟุตบอล แต่เป็นเรื่องสังคม เศรษฐกิจ และด้านอื่นๆ ของชาติด้วย