ยิมลีลาดัน “ปอปอ” ขึ้นชุดใหญ่ ซีเกมส์ การันตีเหรียญทองชัวร์

leader banner
ยิมลีลาดัน “ปอปอ” ขึ้นชุดใหญ่   ซีเกมส์  การันตีเหรียญทองชัวร์ 1

สมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย พบเพชรเม็ดงาม ดัน “ปอปอ” พิยดา พีรมธุกร ขึ้นสู่ชุดใหญ่เต็มตัวมั่นใจทาบรัศมีตัวเก่งของ มาเลเซีย ได้สบาย พร้อมทั้งการันตี ซีเกมส์ ปีหน้าที่เวียดนาม ได้เห็นเหรียญทองมากกว่าครั้งที่แล้วอย่างแน่นอน

ความเคลื่อนไหวของสมาคมกีฬายิมนาสติกแห่งประเทศไทย ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงของการจัดกิจกรรมภายใน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข และ การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จัดให้มีการอบรมผู้ฝึกสอนยิมนาสติกศิลป์ – ยิมนาสติกลีลา และ ยิมนาสติกแอโรบิก อย่างต่อเนื่องด้วยการจัดเจ้าหน้าที่เปิดการอบรมนักกีฬาโครงการสปอร์ตฮีโร่ (ในส่วนของกีฬายิมนาสติก) เพื่อเป็นการสร้างผู้ฝึกสอนสายเลือดใหม่ และขยายพื้นฐานการพัฒนาในส่วนของกีฬายิมนาสติกออกไปสู่ระดับภูมิภาคอย่างเต็มรูปแบบ ล่าสุดเพิ่งจะจัดอบรมผู้ฝึกสอนยิมนาสติกแอโรบิก ที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อรองรับการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ในปีหน้า โดยกระแสตอบรับดีมาก เนื่องจากมีผู้สมัครเข้าร่วมอบรมเกินจำนวนจำกัด

ในส่วนของการเตรียมนักกีฬายิมนาสติกทีมชาติไทย ดร.กุสุมาลย์ ประเสริฐศรี ผู้จัดการทีมชาติไทย กล่าวว่า ทางสมาคมฯได้เรียกนักกีฬาเก็บตัวร่วมกันมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แม้กระทั่งในช่วงโควิดก็ยังคงเก็บตัวซ้อมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การควบคุมดูแลของผู้ฝึกสอนต่างประเทศ ทำให้นักกีฬาหลายคนมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะ “ปอปอ” พิยดา พีรมยุกร นักกีฬายิมนาสติกลีลา ประเมินผลงานจากการฝึกซ้อมสามารถเล่นท่ายากได้จนเป็นที่น่าพึงพอใจ ทำให้สมาคมฯ ตัดสินใจดันขึ้นสู่ชุดใหญ่เป็นที่แน่นอนแล้ว

ดร.กุสุมาลย์ ให้เหตุผลว่า “ปอปอ” สร้างผลงานดีมาจากรุ่นเยาวชน เคยไปแข่งขันระดับนานาชาติมาแล้วหลายครั้ง ขณะนี้อายุ 15 ปี ร่างกายพร้อมเต็มที่ จากการประเมินคะแนนในการฝึกซ้อม สามารถทำได้ 14.1 คะแนน ยังไม่รวมท่าอื่น ๆ ทีเหลือ เมื่อรวมครบทุกอุปกรณ์คะแนนน่าจะได้ประมาณ 18-20 คะแนน ขณะนี้ดีกว่ารุ่นพี่ เบญจพร ลิ้มพานิชย์ เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และ กานต์พิชชา พัฒนศักดิ์ ที่ทำได้ 12.00 ดังนั้น “ปอปอ” พิยดา พีรมธุกร จะขยับขึ้นไปเป็นคู่แข่งกับชาวมาเลเซีย ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ของอาเซียนอยู่ในขณะนี้ โดยที่ผ่านมาเขาทำได้ 19.4 นับว่าสูงมาก แต่เวลาที่เหลืออีก 17 เดือน บวกกับการที่เราซ้อมอย่างต่อเนื่องจนเกิดความชำนาญในท่าที่ยาก ขณะที่ มาเลเซีย ไม่ได้ซ้อมอย่างต่อเนื่องเพราะติดปัญหาโควิด จะทำให้เรามีโอกาสสูงที่จะทำคะแนนมากกว่า 19.5 ดีพอกับการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ปลายปีหน้า ที่ประเทศเวียดนาม และคาดว่าไม่น่าจะได้แค่เหรียญเดียว เหมือนเมื่อครั้งที่แล้ว ส่วนตัวมั่นใจว่า ต้องได้มากกว่าอย่างแน่นอน