สองล้อจับมือ ICCE เปิดอบรมผู้ฝึกสอน ผ่านระบบออนไลน์แบบ New Normal

leader banner
สองล้อจับมือ ICCE เปิดอบรมผู้ฝึกสอน ผ่านระบบออนไลน์แบบ New Normal 1

สมาคมกีฬาจักรยานฯ ก้าวต่อไปไม่หยุดยั้ง ในสภาวะโควิด-19 ยังแพร่ระบาด แม้ไม่สามารถดำเนินการจัดการแข่งขันได้ เดินหน้าพัฒนาบุคลากร ด้วยการจับมือกับ ICCE เปิดอบรมผู้ฝึกสอน ผ่านระบบออนไลน์แบบ New Normal เป้าหมายเพื่อพัฒนาพื้นฐานของนักปั่นไทย ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ตามแบบชาติมหาอำนาจกีฬาสองล้อทั่วโลก พร้อมร่วมมือกับ “นายแพทย์ไพศาล” จัดทำคู่มือการเสริมสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะของกีฬาจักรยาน แจกจ่ายให้แก่ผู้ฝึกสอน รวมทั้งสถานศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ ด้วยงบประมาณของสมาคมฯ เอง

“เสธ.หมึก” พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่า จากที่สมาคมกีฬาจักรยานฯ เดินหน้าแก้ปัญหาประทังการฝึกซ้อมของนักกีฬาจักรยานไทยในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วยการจัดโครงการ “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงแนวทางการฝึกซ้อมด้วยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบกับอุปกรณ์การฝึกซ้อมไฮเทคที่สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ นอกจากนั้น สมาคมฯ ยังร่วมกับ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมโครงการ “ก้าวท้าใจ” ซีซั่น 2 ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลส่งเสริมให้ประชาชนมีกิจกรรมการออกกำลังกาย ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต ทำได้ง่าย สนุกสนาน และมีความท้าทาย ด้วยการใช้เทคโนโลยีรูปแบบใหม่

พลเอกเดชา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เราเองก็ยังไม่อาจที่จะประเมินสถานการณ์ในแง่ดีจนเกินไป แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยจะลดลงอย่างมาก และดูเหมือนจะควบคุมได้ แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าการแพร่ระบาดใหญ่ระลอกสองของโรคไวรัสโควิด-19 จะประทุขึ้นอีกหรือไม่ ดังนั้น สมาคมกีฬาจักรยานฯ ก็ได้เดินหน้าดำเนินการเพื่อพัฒนาในส่วนที่สามารถทำได้ โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาบุคลากรต่อไป ในช่วงที่ยังไม่สามารถจัดการแข่งขันรายการต่าง ๆ ได้

นายกสองล้อไทย กล่าวต่อไปว่า จากการที่กิจกรรมการแข่งขันกีฬาจักรยานทั่วโลกหยุดชะงักไปตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา สมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ถือโอกาสช่วง Work From Home และการหยุดกิจกรรมการแข่งขันของทางสมาคมฯ จัดทำคู่มือการเสริมสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะของกีฬาจักรยาน ชื่อว่า “สุดยอดคู่มือการออกกำลังกายด้วยการยกน้ำหนัก สำหรับนักกีฬาจักรยาน” โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก นาวาอากาศเอก (พิเศษ) นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสโรงพยาบาลกรุงเทพ สายกิจกรรมพิเศษ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านวิทยาศาตร์การกีฬา ที่ได้ให้คำแนะนำ พร้อมนำเอกสารภาษาอังกฤษมามอบให้ จากนั้น สมาคมกีฬาจักรยานฯ จึงดำเนินแปลเป็นภาษาไทยและจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเสร็จเรียบร้อยประมาณ 1,000 เล่ม โดยใช้งบประมาณของสมาคมฯ เอง ตั้งแต่การแปล การเรียบเรียง ไปจนถึงการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม พร้อมที่จะจัดส่งให้แก่สโมสรสมาชิก-ผู้ฝึกสอนกีฬาจักรยาน ตลอดจนสถาบันการศึกษาทั้งในระดับมัธยมและอุดมศึกษา เพื่อนำไปใช้งานจริงในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนที่สำคัญสำหรับกีฬาจักรยานต่อไป

“นอกจากคู่มือฟิตเนสสำหรับกีฬาจักรยานแล้ว ขณะนี้ สมาคมฯ อยู่ระหว่างการประสานกับสภานานาชาติเพื่อการฝึกสอนกีฬาสู่ความเป็นเลิศ หรือ ICCE (International Council for Coaching Excellence) ผ่านทาง น.ส.เบลินดา ทาลิง อดีตผู้อำนวยการศูนย์ฝึกจักรยานโลก เพื่อจัดคอร์สสำหรับผู้ฝึกสอนกีฬาจักรยานไทยโดยเฉพาะ ซึ่งทาง น.ส.เบลินดา ยินดีที่จะเขียนโปรแกรมการฝึกอบรม ทั้งในระดับผู้ฝึกสอน ไปจนถึงการสร้างวิทยากรเฉพาะทางในการฝึกสอนนักกีฬาจักรยานในแต่ละระดับ อันจะเป็นการพัฒนาพื้นฐานของกีฬาจักรยานไทย ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันตามแบบชาติมหาอำนาจกีฬาสองล้อทั่วโลกในอนาคต โดยที่โค้ชไทยในระดับต้นไม่จำเป็นต้องดิ้นรนไปเรียนในต่างประเทศ” พลเอกเดชา กล่าว

พลเอกเดชา กล่าวเสริมว่า ในช่วงที่โรคไวรัสโควิด-19 ยังแพร่ระบาดอยู่นั้น สมาคมฯ จะให้บรรดาผู้ฝึกสอนระดับสูงของไทย เรียนผ่านระบบออนไลน์ กับ น.ส.เบลินดา ทาลิง ไปก่อน เป็นการเรียนในรูปแบบ New Normal หรือวิถิชีวิตแบบใหม่ เมื่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง สมาคมฯ จะมอบหมายให้ผู้ฝึกสอนระดับสูงที่ผ่านการเรียนออนไลน์เรียบร้อยแล้ว ไปเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้แก่ผู้ฝึกสอนทั่วประเทศ พร้อมจัดเป็นหลักสูตรประจำปีของสมาคมกีฬาจักรยานฯ สำหรับโครงการพัฒนาผู้ฝึกสอนไทยดังกล่าว คาดว่าน่าจะเริ่มต้นโครงการได้ในเดือนกรกฎาคม 2563 แต่อย่างไรก็ตาม หากการหารือและประสานงานทุกด้านเสร็จสิ้นเร็ว และสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ ก็อาจจะสามารถเปิดคอร์สแรกได้ในเดือนมิถุนายน 2563

สองล้อจับมือ ICCE เปิดอบรมผู้ฝึกสอน ผ่านระบบออนไลน์แบบ New Normal 2

นอกจากนี้ พลเอกเดชา ยังกล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมการแข่งขัน “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. ยังแบ่งเป็นรุ่นต่าง ๆ เช่นเดิม ประกอบด้วย รุ่นโอเพ่นชาย, รุ่นอายุ 30-39 ปีชาย, รุ่นอายุ 40-49 ปีชาย, รุ่นอายุ 50 ปีขึ้นไปชาย, รุ่นโอเพ่นหญิง และรุ่นอายุ 30 ปีขึ้นไปหญิง เพื่อเปิดโอกาสให้นักปั่นสูงวัยมีโอกาสมาร่วมสนุกตามรุ่นอายุของตัวเอง โดยมีถ่ายทอดสดให้แฟน ๆ จักรยานทั่วประเทศได้ชมทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Thaicycling Association ซึ่งยอดผู้ชมยังพุ่งกระฉูดรวมมากกว่า 5 แสนวิว

ด้าน “โค้ชตั้ม” พันจ่าอากาศเอก วิสุทธิ์ กสิยะพัท หัวหน้าผู้ฝึกสอนจักรยานทีมชาติไทย หนึ่งในคณะทำงาน “ปั่นในบ้าน ต้านโควิด” เปิดเผยว่า เส้นทางการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. คือเส้นทาง 3R Sand & Sequoias ระยะทาง 20 กม. ใช้เวลาปั่นประมาณ 40 นาที โดยมี “แพร” ปารมี ปราชญ์เปรื่อง นักปั่นสาวเนตไอดอลชื่อดังจากทีม Venn cycling มาร่วมปั่นในสตูดิโอด้วย พร้อมกันนี้สมาคมฯ ได้จัดทำโล่เกียรติยศจากนายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ มอบให้ทุกรุ่น โดยประเภทชาย จะมีโล่ให้แก่ผู้ที่ได้อันดับ 1-5 ส่วนประเภทหญิง จะมีโล่ให้แก่ผู้ที่ได้อันดับ 1-10 สำหรับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการสามารถติดตามได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ Thaicycling Association และ เว็บไซต์ของสมาคมกีฬาจักรยานฯ www.thaicycling.or.th