“แจ๊ค”จับมือเจ้าพ่อรง.กระดาษ เตรียมผุดสนุ้กอะคาเดมี่ปั้นยช.

leader banner

“แจ๊ค สระบุรี” เดชาวัต พุ่มแจ้ง อดีตแชมป์สมัครเล่นโลกปี 53 จับมือร่วมกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเจ้าพ่อโรงงานกระดาษ “ฟาลุค” ณัฐพล เกื้อสุนทรวานนท์ วัย 38 ปี เตรียมผุดศูนย์ฝึก “อะคาเดมี่” มาตรฐานสากลขึ้นมา ล่าสุดเล็งเอาไว้ที่ อ.ศาลายา แถว ม.มหิดล เพื่อพัฒนาต่อยอดนักกีฬาไปสู่เวทีแข่งขันทั้งในและนอกประเทศ

ความเคลื่อนไหววงการสนุกเกอร์เมืองไทยยังคงมีข่าวดีออกมาอยู่ตลอด แม้ว่า จะอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ก็ตาม ล่าสุด “แจ๊ค สระบุรี” เดชาวัต พุ่มแจ้ง อดีตแชมป์สมัครเล่นโลกปี 53 และยังเป็นอดีตนักแทงมือ 37 ของโลก ได้บรรลุข้อตกลงร่วมมือกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเจ้าของโรงงานกระดาษรีไซเคิลอันดับ 1 ใน 10 ของเมืองไทย คือ “ฟาลุค” หรือ นายณัฐพล เกื้อสุนทรวานนท์ อายุ 38 ปี ด้วยการเตรียมผุดโครงการศูนย์ฝึกซ้อมสนุกเกอร์ขนาดใหญ่มาตรฐานสากล หรือ “สนุกเกอร์ อะคาเดมี่” ขึ้นมาในอนาคต เพื่อเปิดโอกาสให้กับเด็กและเยาวชนทั้งชาย-หญิง ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่สนใจต้องการพัฒนาฝีมือและทักษะของตัวเองให้สูงขึ้น

ทั้งนี้ “แจ๊ค สระบุรี” เดชาวัต เปิดเผยว่า ตัวเองอยู่ในวงการนี้มากว่า 25 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวและได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆมากมาย ตั้งแต่เป็นนักสนุกเกอร์โนเนมไม่มีชื่อเสียง ก่อนจะได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ในสมาคมฯก้าวมาติดทีมชาติและได้เดินทางไปสู่นักแทงอาชีพโลก แม้วันนี้จะไม่ได้ไปเทิร์นโปรเล่นอาชีพแล้วก็ตาม แต่วิชาความรู้ที่ตัวเองมีอยู่ทั้งที่ได้รับการถ่ายทอดจาก “โค้ชต่าย พิจิตร” ชูชาติ ไตรรัตนประดิษฐ์, “ต๋อง ศิษย์ฉ่อย” รัชพล ภู่โอบอ้อม ตลอดจนนักสอยคิวรุ่นพี่ๆคนอื่นมากมาย จนทำให้ตัวเองแอบคิดในใจมาตลอดว่า อยากเป็นส่วนหนึ่งในแรงผลักดันการถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กๆที่สนใจกีฬาชนิดนี้ ได้มีสถานที่ฝึกซ้อมอย่างจริงจังและเป็นระบบ จนได้มาพบกับ นายณัฐพล มีการพูดคุยกันและปรึกษาหารือเรื่องนี้กันมานานพอสมควร กระทั่งทุกอย่างมันตกผลึกเลยมีแนวความคิดเดียวกัน จึงอยากสร้างโครงการดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งตัวเองจะเป็นคนดูแลรายละเอียดต่างๆการฝึกซ้อมทั้งหมด ตั้งแต่เบสิกพื้นฐาน, เทคนิคชั้นสูง รวมไปถึงการพัฒนาต่อยอดนักกีฬาไปสู่การแข่งขันในประเทศ

ขณะที่ “ฟาลุค” นายณัฐพล ได้กล่าวว่า นอกจากธุรกิจโรงงานกระดาษที่คุณพ่อสมชาย เกื้อสุนทรวานนท์ ได้สร้างขึ้นมากับมือตัวเองเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว ตัวเองก็มีความสนใจกีฬาสนุกเกอร์เป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดหนีงานไปแข่งขันแร็งกิ้งในประเทศ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก จึงตั้งปฏิธานกับตัวเองว่า จะต้องหาโค้ชฝีมือดีมาฝึกสอนให้ แม้ว่า จะเสียเงินทองไปเท่าไหร่ก็ยอม เพื่อต้องการวิชาความรู้ให้มากขึ้น จึงได้ไปเรียนรู้อบรมอย่างจริงจังกับทางสมาคมฯทั้งโค้ชชาวต่างชาติและ “อ.ต่าย พิจิตร” ชูชาติ นานนับปี แถมยังได้คลุกคลีกับนักแทงระดับท็อปๆของไทยอีกเพียบ ก่อนจะได้มาเจอกับ “แจ๊ค สระบุรี” เดชาวัต รู้สึกว่า นิสัยใจคอทุกอย่างมันคล้ายกัน ทั้งการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและความกตัญญูรู้คุณ โดยเฉพาะความรู้ในกีฬาชนิดนี้่ที่เก่งกาจหาตัวจับยาก ทำอะไรตั้งใจจริงจังเต็มที่ จึงใช้เวลาศึกษาหาความรู้มานานนับปี จากเมื่อก่อนตัวเองแทงสนุกเกอร์ไม่ค่อยรู้เรื่องว่า ลูกขาวจะไปทิศทางไหน แต่ทุกวันนี้ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด

นอกจากนี้ตัวเองยังได้นักแทงฝีมือดีอย่าง “รมย์ สุรินทร์” ประพฤติ ชัยธนสกุล, “วัช หาดใหญ่” ธวัช สุจริตธุรการ และ “หรั่ง พัทยา” สุริยา สุวรรณสิงห์ มาเป็นคู่ฝึกซ้อมให้อีก จนทำให้พัฒนาฝีมือดีขึ้นตามลำดับจนมาอยู่อันดับ 83 ของประเทศ และคิดว่า อยากจะลงทุนเปิด “สนุกเกอร์ อะคาเดมี่” ขึ้นมาสักแห่ง ซึ่งตัวเองก็ได้ศึกษาวิถีการบริการจัดการต่างๆมาตลอด เพราะเราเองก็ทำธุรกิจเป็นทุนเดิมอยู่แล้วคิดว่า มันไม่น่าแตกต่างกันสักเท่าไหร่ แถมยังได้ “แจ๊ค สระบุรี” มาเป็นหุ่นส่วนในธุรกิจนี้ด้วย มันน่าจะเจริญเติบโตไปด้วยกัน ส่วนสถานที่ตั้งตอนนี้มองไว้คราวๆแถว อ.ศาลายา ใกล้กับ ม.มหิดล หรือถ้ามีที่ดินว่างเปล่า-ตึกร้างในกรุงเทพ และราคาไม่แพงมากนักก็ค่อยมาว่ากันอีกที ด้านงบประมาณน่าจะอยู่ที่ตัวเลข 7 หลัก

นายณัฐพล นักธุรกิจไฟแรงยังเผยตอนท้ายอีกว่า อย่างไรก็ตามตัวเองเพิ่งจะสูญเสียคุณพ่อ สมชาย วัย 64 ปีไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ครอบครัวกำลังอยู่ในความโศกเศร้าเพราะท่านจากไปอย่างกระทันหัน ทำให้ธุรกิจรง.กระดาษ ต้องบริหารงานร่วมกับพี่สาว น.ส.รัชนีพรรณ เกื้อสุนทรวานนท์ แต่ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เนื่องจากมันเป็นธุรกิจที่ครอบครัวเราปักหลักมานานแล้ว แถมยังได้ลูกค้าที่ดีและมีผู้หลักผู้ใหญ่คอยให้การสนับสนุนเอ็นดูตัวเองอยู่เสมอ ส่วนตัวจึงต้องการแตกลายออกมาทำธุรกิจเกี่ยวกับสนุกเกอร์ให้ครบวงจรบ้าง โดยเฉพาะสถานที่เก็บตัวฝึกซ้อมมาตรฐานเพื่อปลุกปั้นนักกีฬาตั้งแต่เยาวชน หากใครมีฝีมือและผลงานดีตัวเองจะให้การสนับสนุนลงแข่งขันอาชีพในไทย ตลอดจนการพัฒนาต่อยอดไปสู่นักแทงอาชีพโลกต่อไปในอนาคต เพราะมันคือ หนึ่งในความฝันสูงสุดของตัวเองที่ครั้งหนึ่งในชีวิตอยากไปเหยียบยังดินแดนเมกกะคิว ประเทศอังกฤษ