VAR กับฟุตบอลไทย เพื่อความสนุกเข้มข้น และบริสุทธิ์ยุติธรรม

leader banner
VAR กับฟุตบอลไทย เพื่อความสนุกเข้มข้น และบริสุทธิ์ยุติธรรม 1

เป็นที่ทราบกันดีว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ บริษัทไทยลีก จำกัด มีนโยบายนำเทคโนโลยี Video assistant referees (VAR) เข้ามาใช้ในการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพภายในประเทศไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานของเกมการแข่งขันให้มีความสนุกเข้มข้น และบริสุทธิ์ยุติธรรม ในการช่วยผู้ตัดสินตัดสินใจกรณีเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจไม่ชัดเจน

.
นับตั้งแต่เดือนเมษายน 62 ที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นำโดยฝ่ายพัฒนาผู้ตัดสิน ได้ดำเนินการตามขั้นตอนในการขอใช้ VAR แบบเต็มรูปแบบ ตามที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) และ คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ International Football Association Board (The IFAB) กำหนดไว้

.
ผู้ตัดสิน ฟีฟ่า และระดับชั้น 1 จำนวน 24 คน พร้อมด้วย ผู้ช่วยผู้ตัดสิน ฟีฟ่า และระดับชั้น 1 จำนวน 24 คน เข้ารับการฝึกอบรมเพื่อให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตการทำหน้าที่ และการใช้ VAR ฟุตบอลลีกอาชีพในประเทศไทย จากผู้เชี่ยวชาญด้าน VAR ของ FIFA และ IFAB ภายใต้โครงการ VAR Training Thailand จำนวน 8 คอร์ส ที่พัฒนา สปอร์ต คลับ แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี

.
เริ่มจากเรื่องแรก “หลักการเรียกใช้ VAR ที่ถูกต้อง” คือ ผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสิน ทั้งหมด 48 คน ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า จังหวะใด หรือ สถานการณ์ใด ที่จะสามารถเรียกใช้ VAR ได้ ซึ่งมีข้อกำหนดหลัก 4 ข้อ คือ

VAR กับฟุตบอลไทย เพื่อความสนุกเข้มข้น และบริสุทธิ์ยุติธรรม 2

.

  1. จังหวะ เป็นประตู/ไม่เป็นประตู (ลูกข้ามเส้นหรือไม่ข้ามเส้น, มีการฟาล์วก่อน, ล้ำหน้า, ลูกบอลออกจากสนามก่อนเข้าประตู)

.

  1. จังหวะ จุดโทษ/ไม่จุดโทษ (ตำแหน่งของการฟาล์ว, ฝ่ายรุกทำฟาล์วก่อน, ลูกบอลออกนอกสนามก่อนการฟาล์ว, การที่ผู้รักษาประตูหรือผู้ยิงประตู ทำผิดกติกาขณะเตะจุดโทษ)

.

  1. จังหวะ ใบแดงโดยตรง (เจตนาป้องกันประตูผิดกติกาอย่างตั้งใจ, การทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง)

.

  1. ระบุตัวผู้เล่นผิดพลาด (เมื่อผู้ตัดสินคาดโทษหรือไล่ออกผู้เล่นผิดคน)

.
ทั้งนี้ การตัดสินใจเรียกดู VAR ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ตัดสินเท่านั้น นักกีฬาหรือบุคคลอื่นไม่สามารถ กดดันหรือเรียกร้องให้กรรมการเรียกดู VAR ได้ หากผู้เล่นหรือผู้ฝึกสอนกดดัน หรือแสดงสัญญาลักษณ์เพื่อขอให้กรรมการดู VAR จะถูกคาดโทษใบเหลือง

VAR กับฟุตบอลไทย เพื่อความสนุกเข้มข้น และบริสุทธิ์ยุติธรรม 3

.
เมื่อผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินได้เรียนรู้ และทำความเข้าใจ กับ 4 สถานการณ์ที่จะสามารถเรียกใช้ VAR ได้แล้ว จากนั้นก็จะเข้าสู่การ “ศึกษากรณีตัวอย่างการเรียกใช้ VAR จากแมตช์การแข่งขันต่างๆ” ที่วิทยากรจัดเตรียมมา

.
ในหัวข้อนี้มีความสำคัญตรงที่ทุกคนจะได้ “ฝึกการตัดสินใจ” จากการชมภาพสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในแมตช์ต่างๆ ว่าเข้าข่ายในการเรียกใช้ VAR หรือไม่ พร้อมกับคำอธิบายจากวิทยากร ก่อนที่จะเข้าสู่ภาคสนาม ปฏิบัติจริง กับสถานการณ์จริง คือทดลองใช้เครื่อง VAR จาก “บริษัท ฮอว์ค-อาย อินโนเวชันส์” ผู้รับผิดชอบดูแลเรื่อง VAR เดียวกันกับศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย เพื่อให้เกิดความชำนาญในการเรียกใช้เมื่อเกิดสถานการณ์จริง

.
เมื่อผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสิน ได้รับการฝึกตามขั้นตอนจนเกิดความชำนาญแล้ว จากนั้นก็เข้าสู่ภาคปฏิบัติจริง ซึ่งในขั้นตอนนี้จะมีการเก็บชั่วโมงตามข้อกำหนดของ FIFA และ IFAB

.
โดยในส่วนของ ผู้ตัดสิน จะต้องทำหน้าที่ในสนามการแข่งขัน ไม่ต่ำกว่า 4 แมตช์ จำนวน 360 นาที และ ทำหน้าที่ในห้อง VAR ไม่ต่ำกว่า 4 แมตช์ จำนวน 360 นาที

VAR กับฟุตบอลไทย เพื่อความสนุกเข้มข้น และบริสุทธิ์ยุติธรรม 4

.
ส่วน ผู้ช่วยผู้ตัดสิน นั้นจะต้องผ่านการทำหน้าที่ในห้อง VAR ตำแหน่ง (AVAR) ไม่ต่ำกว่า 4 แมตช์ จำนวน 360 นาที

.
ขั้นตอนสุดท้าย FIFA และ IFAB จะประเมินการทำหน้าที่ของทั้ง 48 คน จากการบันทึกการทำหน้าที่ภาคสนามและในห้อง VAR ก่อนประกาศผลผู้ผ่านการอบรมต่อไป

.
อนึ่ง หากเกิดการกระทำใดๆ ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ระเบียบว่าด้วยการใช้วีดิทัศน์ช่วยการตัดสิน สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2561 บทที่ 7 ที่ “สมาคมฯ” ได้ประกาศใช้ เมื่อได้รับรายงานจากส่วนที่เกี่ยวข้อง ให้คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาทฯ พิจารณาลงโทษ ดังนี้

.
ข้อ 1. บุคคลใดรบเร้า ข่มขู่ ผู้ตัดสิน ให้ใช้วีดิทัศน์ช่วยในการตัดสิน (VAR) เข้าไปในบริเวณการตรวจสอบวีดิทัศน์ (RRA) ของผู้ตัดสิน เข้าไปในห้องปฏิบัติการวีดิทัศน์(VOR) ชี้นำหรือข่มขู่ให้ผู้ตัดสินตัดสินไปในทางใดทางหนึ่ง หรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการรบกวน ขัดขวางการใช้วีดิทัศน์ช่วยในการตัดสิน (VAR) ไม่ว่าจะด้วยประการใดๆ จะต้องถูกลงโทษ ปรับเงินตั้งแต่ 10,000 ถึง 50,000 บาท และ/หรือ ห้ามปฏิบัติหน้าที่ 1-2 นัด

.
ข้อ 2. องค์กรสมาชิกทีมเหย้าไม่จัดสถานที่สำหรับใช้วีดิทัศน์ช่วยในการตัดสิน (VAR) ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการจัดการแข่งขันของสมาคม จะต้องถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 20,000 ถึง 50,000 บาท

.
ข้อ 3. ผู้ช่วยผู้ตัดสินวีดิทัศน์1 (VAR) และผู้ช่วยผู้ตัดสินวีดิทัศน์2 (AVAR) มีหน้าที่ในการตรวจสอบวีดิทัศน์ ช่วยการตัดสินให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ โดยมีประสิทธิภาพสมบูรณ์ตลอดการแข่งขัน หากปฏิบัติหน้าที่บกพร่องโดยไม่ใช่เหตุสุดวิสัย จะมีความผิดตาม ระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอล กีฬาฟุตซอล และกีฬาฟุตบอลชายหาด ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พ.ศ. 2561 แก้ไขเพิ่มเติม (ครั้งที่ 2) พ.ศ. 2561 ที่ “สมาคม” ได้ประกาศใช้

.
ทั้งนี้ สามารถยื่นอุทธรณ์โทษ ถึงคณะกรรมการอุทธรณ์ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ตามกระบวนการพิจารณาการยื่นอุทธรณ์ ที่ระบุไว้ในระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

.
สำหรับ เกมแรกที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะประเดิมใช้เทคโนโลยี Video assistant referees (VAR) อย่างเต็มรูปแบบ หลังบุคลากรได้ผ่านการฝึกอบรมครบถ้วนแล้ว คือ เกมนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ 2019 ระหว่าง สโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบกับ สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ณ สนามบีจี ปทุม สเตเดียม ในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้